12 สารอันตรายที่มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ดูแลเรือนร่าง

ในปัจจุบันนี้ มีผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่มีคำว่า “ปราศจากพาราเบน” แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีความปลอดภัยสำหรับคุณ เพราะนอกจากพาราเบนแล้วยังมีสารประกอบตัวอื่นๆ ที่ส่งผลอันตรายต่อคุณ

BHA&BHT (Butylated hydroxyanisole )
ไฮดรอกซียานิโซลบิวทิล พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย โรลออน น้ำหอม เครื่องสำอาง ลิปมันทาปาก อายชาโดว์ ครีมกันแดด ครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ไปจนถึงอาหารคนและสัตว์ และบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร ส่งผลถึงปัญหาความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ปัญหาการสืบพันธุ์ เสื่อมสมรรถภาพ อาการระคายเคือง เกิดการสะสมพิษและเป็นปัญหาต่ออวยัวะต่างๆ ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจ และอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็ง 

Coal Tar Dyes list as ‘CL’ numbers
คือสีย้อมถ่านหินเป็นสารให้สีเทียมสีย้อมเหล่านี้ใช้ในอาหารและยาที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์  สิ่งทอเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลเช่นสีย้อมผมแชมพูและผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย นอกจากนี้ยังใช้ทาร์ ถ่านหินในการรักษาในผลิตภัณฑ์ที่กล่าวว่าเพื่อควบคุมรังแคกลากโรคสะเก็ดเงินโรคผิวหนังอักเสบจากซีบอร์และโรคผิวหนังอื่นๆ รวมทั้งใช้ในการฆ่าและขับไล่เหา เป็นสารก่อมะเร็ง

DEA (Diethanolamine) Related Materials
คือสารเคมีที่เป็นสารลดแรงตึงผิวและจะทำหน้าที่ในการช่วยเพิ่มฟองที่พบบ่อยได้ในแชมพู ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า และน้ำยาทำความสะอาด สารในกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็งโดยตรงแต่จะทำปฎิกิริยากับสารอื่นๆ บางกลุ่มในสูตรกลายเป็นสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า “Nitrosamines” ซึ่งส่งผลกับอวัยวะภายในโดยตรง ก่อให้เกิดการแพ้และระคายเคืองต่อดวงตาและผิวหนัง หากใช้ในปริมาณมากจะส่งผลทำให้เกิดมะเร็งตับ มะเร็งผิวหนัง และไธรอยด์ รวมถึงยับยั้งการสร้างสารโคลีนที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมองของทารกในครรภ์ด้วย

Dibutyl phthalate (DBP)
สาร Dibutyl Phthalate หรือเรียกสั้นๆ ว่า DBP จัดเป็นสารเคมีในกลุ่มพวก “ทาเลต” (Phthalate) ซึ่งจะพบมากในพลาสติกประเภท พทาเลต มักใช้ในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเล็บ เป็นสารทำละลายให้น้ำยาทาเล็บมีความยืดหยุ่น แห้ง และไม่เปราะง่าย สารนี้มีผลทำให้การเจริญเติบโตบกพร่อง ระบบสืบพันธุ์มีปัญหา ส่งผลต่อทารกในครรภ์ และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมในอนาคตด้วย ปัจจุบันประเทศแถบยุโรปได้แบนสารนี้ในเครื่องสำอางแล้ว

Formaldehyde releasing preservatives
สารฟอร์มาดีไฮด์เป็นส่วนผสมหนึ่งในการทำน้ำยาทาเล็บและยังพบว่าสารกันเสียบางกลุ่มสามารถปลดปล่อยสารฟอร์มาดีไฮด์ออกมาได้เมื่ออยู่ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอีกด้วย สารฟอร์มาดีไฮด์นั้นสามารถเป็นสารก่อมะเร็งได้โดยตรง ถ้าหากสูดดมเข้าไปในปริมาณที่มาก อาจเกิดอาการเป็นพิษเฉียบพลัน ปวดท้อง อาเจียน อุจจาระร่วงและหมดติหรือถึงแก่ชีวิตได้ในที่สุด แต่ถ้าสูดดมในปริมาณที่ไม่มากนัก อาจเกิดอาการระคายเคือง เช่น แสบตา แสบจมูก ซึ่งหากสูดดมในระยะยาว จะทำให้เกิดผลเสียกับระบบร่างกายต่างๆ และก่อให้เกิดมะเร็งได้อีกด้วย

Parfum
เป็นสารละลายที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย สารประกอบที่ให้กลิ่นหอม แอลกอฮอล์ และน้ำ ใช้เพื่อให้ร่างกายมนุษย์, สัตว์, อาหาร, สิ่งของ หรือพื้นที่อยู่อาศัยมีกลิ่นที่น่าพึงพอใจสารสังเคราะห์บางตัวที่ถูกใช้เป็นส่วนผสมในน้ำหอมอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ เช่น

พาราเบน (Paraben)
เป็นสารกันเสียที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอาง ทั้งนี้สารดังกล่าวได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขและมีปริมาณกำหนดในการเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างไรก็ดี จากผลการศึกษาพบว่า สารตัวนี้รบกวนการผลิตและการหลั่งฮอร์โมนในร่างกายของมนุษย์

พทาเลต (Pthalate) เป็นสารเคมีที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเช่น โลชั่น สบู่ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนผสมในน้ำหอม โดยสารตัวนี้อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพที่เป็นอันตราย เช่น ความเสียหายต่อตับและไต ปริมาณอสุจิที่ลดลง มีผลพัฒนาการของเด็กสาวในช่วงเริ่มมีประจำเดือน รวมทั้งยังเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์อีกด้วย
มัสก์สังเคราะห์ (Synthetic Musks) เป็นสารสังเคราะห์ที่นิยมใช้ในน้ำหอม และเป็นหนึ่งในสารอันตรายต่อร่างกาย โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายระบบการทำงานของเซลล์และฮอร์โมน

Parabens
เป็นสารกันเสีย (Preservative) ชนิดหนึ่ง ที่มีการใช้อย่างกว้างขวางและแพร่หลายในผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย เนื่องจากมีราคาถูกและมีประสิทธิภาพสูงในการยับยั้งเชื้อรา และแบคทีเรียต่างๆ ไม่ให้เจริญเติบโตในผลิตภัณฑ์ พาราเบน สามารถทำลายฮอร์โมนเอสโตรเจน และเทสโทสเตอโรน ของทั้งเพศชายและเพศหญิง และยังเป็นอันตรายต่อสุขภาพและการตั้งครรภ์มากมาย เช่น ภาวะการมีบุตรยาก การแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด ความพิการแต่กำเนิด ความผิดปกติของพัฒนาการ 

PEG Compounds (Polyethylene Glycol)
เป็นสารเคมีสังเคราะห์ เนื่องจากสมบัติที่ดี เช่น มีความชอบน้ำสูง ทำให้สามารถนำไปผสมกับสารอื่นๆ ให้เพิ่มความชอบน้ำได้ ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกิดจากสารประกอบดังกล่าว เช่น เครื่องสำอาง ครีม โลชั่น โดยสถาบันเผยแพร่ข้อมูลด้านความปลอดภัยของวัตถุในสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำเตือนให้หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีชนิดนี้เพราะระคายเคืองต่อผิวสูงและอาจเป็นสาเหตุของความผิดปกติในตับและไต และอาจเกิดการปนเปื้อนจากการผลิตซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งตับและจมูก

Petrolatum (Mineral oil)
เป็นสารที่แยกจากการสกัดน้ำมันปิโตรเลียม มักถูกนำมาใช้ในเครื่องสำอางจำพวกเบบี้ออยและเครื่องสำอางประเภทมอยเจอร์ไรเซอร์ ทำหน้าที่ในการเก็บรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว
ด้วยโมเลกุลขนาดใหญ่จึงอาจเกิดการตกค้างที่ผิวหนังเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้ อาทิ ปัญหาสิวอุดตัน รูขุมขนอุดตัน หรือผิวหนังอักเสบ  เมื่อมีการดูดซึมผ่านทางผิวหนังก็จะเข้าสู่กระแสเลือด และผ่านไปยังตับเพื่อทำหน้าที่ขับของเสีย และเมื่อมีปริมาณมากขึ้นตับจึงทำงานหนักขึ้น มีงานวิจัยบางชิ้นระบุว่าสารสกัดชนิดนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตับของผู้ป่วยทำงานบกพร่อง

Sodium laureth sulfate (SLES)
ถูกใช้เป็นสารทำความสะอาด ซักล้างเป็นหลัก สารนี้ ได้รับการพิจารณาว่ามีความอ่อนโยนและมีประสิทธิภาพ และใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ล้างหน้า อาบน้ำ หรือแชมพูสระผม ทำให้ผิวระคายเคืองได้ อีกทั้ง SLES ไม่สามารถย่อยสลายได้ด้วยตับ นั่นหมายความว่า ถ้าสารตัวนี้เข้าสู่ร่างกาย ก็จะทำให้เกิดการสะสมได้ อาจเกิดการแพ้ขั้นรุนแรง และบางงานวิจัยอ้างว่าสารนี้สามารถก่อมะเร็งได้

siloxanes (Silicone)
ซิลิโคนมีลักษณะคล้ายยาง มีความยืดหยุ่นสูงและมีอยู่หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับประเภทใช้งานแต่ถูกนำมาใช้ในวงการความงามอย่างแพร่หลาย โดยในเครื่องสำอางนั้นมักถูกนำมาใช้กับครีมนวดผมเพื่อให้รู้สึกนุ่มลื่น ช่วยเคลือบบำรุงเส้นผมให้ดูเงางาม นุ่มสลวย ซิลิโคนล้างออกได้ยาก เกิดการสะสมที่รูขุมขน ที่ผิวหน้า ร่างกาย เส้นผมและหนังศีรษะ เมื่อสิ่งสกปรกไม่ถูกชำระล้างออกหมดก็ไปปิดรูขุมขน ทำให้หนังศีรษะอุดตัน หนังศีรษะอักเสบ เกิดสิวอุดตันได้ ถ้าสะสมนานๆ อาจทำให้เกิดสิวอุดตัน ผมแห้ง ผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้านได้

Triclosan
ไตรโครซานคือสารเคมีชนิดหนึ่งที่มักใช้ในการผลิตสบู่ประเภทต้านเชื้อแบคทีเรีย และบางครั้งถูกใช้ผสมในยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก เครื่องสำอาง น้ำยาซักผ้า กระดาษทิชชู่ เสื้อผ้า รวมทั้งผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพอีกมากมายหลายชนิด ไตรโครซานที่ถูกดูดซึมผ่านผิวหนังหรือเข้าไปทางปาก จะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายเป็นระยะเวลายาวนาน โดยมีรายงานหลายชิ้นที่ชี้ว่า สารไตรโครซานอาจทำให้เกิดอาการแพ้ตามผิวหนัง ทำให้ต่อมฮอร์โมนทำงานผิดปกติ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ระบบการเจริญพันธุ์มีปัญหา ตลอดจนอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

  

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *